หลังจากที่หยุดทำตลาดฝั่ง Mobile ไปได้ประมาณ 2 ปี LG ก็ไม่ได้หายไปไหน แต่ได้ซุ่มรอความพร้อมที่จะกลับมาทำตลาดอีกครั้ง หลังจากที่ปีก่อนพยายามไปจับมือกับดีลเลอร์เจ้านึงเพื่อนำ G5 SE เข้ามาขาย แต่ด้วยราคาและคุณภาพของตัวสินค้าก็ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ มาปีนี้ LG กลับมาอีกครั้งโดยมาพร้อมกับ LG G6 จะเป็นอย่างไรนั้นเดี๋ยวเรามาดูกัน

เริ่มกันที่ด้านดีไซน์ LG นั้นยังคงยึดดีไซน์คล้าย ๆ เดิมตั้งแต่สมัย G2 ที่นำปุ่มไปไว้ด้านหลังทั้งหมด จนกระทั่งมาถึง G5 ที่ได้ย้ายปุ่ม Volume ไปไว้ที่ขอบด้านข้างและเพิ่มความสามารถของปุ่ม Power ให้แสกนลายนิ้วมือได้ด้วย พอมา G6 ทุกอย่างดูลงตัวขึ้นมาก วัสดุและดีไซน์ดีขึ้น ถึงจะไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตและใส่โมดูลเสริมได้อีกแล้ว แต่ก็เพิ่มความสามารถในการกันน้ำกันฝุ่นมาให้ (IP68)

หน้าจอของ LG G6 ไม่ใช่กระจกโค้ง 2.5D แบบที่หลาย ๆ ยี่ห้อเปลี่ยนไปใช้แล้ว แต่เป็นกระจกเรียบไปทั้งแผ่น ซึ่งตรงนี้ถือว่าดีเพราะทำให้เวลาติดฟิล์มกันรอยจะไม่เจอปัญหาฟิล์มเผยอหรือหลุดลอกอีกต่อไป หน้าจอเป็นอัตราส่วน 18:9 ตามสมัยนิยม ขนาดจอ 5.7 นิ้วแต่เครื่องขนาดไม่ใหญ่มาก จับถนัดมือดี ความจริง LG เก่งเรื่องบริหารพื้นที่อัตราส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องมาตั้งแต่ยุค G3 แล้ว พอมาเป็นจอแบบ 18:9 เครื่องเลยดูเพรียวกว่าและจับถนัดกว่า

ขอบด้านข้างเป็นอลูมิเนียมอย่างดี ทนทานต่อแรงกระแทก ด้านหลังเป็นกระจก ซึ่งเรื่องที่น่าแปลกใจก็คือหน้าจอเป็น Gorilla 3 เลนส์กล้องเป็น Gorilla 4 และฝาหลังเป็น Gorilla 5 อย่างไรก็ตาม LG G6 ก็ได้ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐานทางทหาร MIL-STD 810G

หน้าจอของ G6 นั้นเป็นจอ FullVision Resolution อยู่ที่ 2880×1440 พิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยี Dolby Vision กับ HDR 10 ซึ่งจะแสดงสีสันได้หลากหลายและคมชัด ที่ดีงามคือ LG G6 สามารถเล่น Content HDR ของ Netflix ได้ด้วย

ระบบเสียงก็จัดเต็มด้วย Hi-Fi Quad DAC เสียงจากลำโพงดังชัดเจนและรายละเอียดดี น่าเสียดายที่เป็นลำโพงตัวเดียว ถ้าเป็นลำโพงคู่คงสะใจไม่น้อย และแน่นอนว่าช่องหูฟัง 3.5 มม. ยังคงอยู่ ไม่หนีหายไปไหน

จุดเด่นอีกจุดคือระบบกล้องและการถ่ายวิดีโอ กล้องของ LG ชูจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพมุมกว้างมาตั้งแต่รุ่น G5 แล้ว ซึ่งกล้องของ G6 เป็นกล้องคู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลสำหรับเลนส์ปกติ f1.8 และความละเอียด 13 ล้านพิกเซลสำหรับเลนส์มุมกว้าง f2.4 ซึ่งกว้างมากถึง 125 องศา เวลาเปิดโหมด wide ภาพที่เก็บได้นั้นมุมกว้างมากและจัดการกับปัญหา distortion ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าอยู่ในสภาวะแสงที่ไม่ใช่แสงธรรมชาติก็จะทำให้ White Balance เพี้ยนได้ในบางครั้งเวลาใช้โหมดนี้ตามรูปข้างล่าง
อีกจุดที่น่าประทับใจคือเวลาถ่ายภาพปกติก็ทำได้ดีไม่แพ้เรือธงค่ายอื่น และถึงแม้จะไม่ได้ชูจุดเด่นเรื่องการถ่ายละลายหลังแต่ในโหมด Manual นั้นกลับถ่ายละลายหลังได้น่าประทับใจมาก
*ภาพสีอาจดูแปลก ๆ นะครับ พอดีลองเล่นโหมด Manual
มี Focus peaking มาให้ด้วย ทำให้เวลาปรับโฟกัสเองก็จะรู้ว่าตรงไหนชัดบ้าง โดยจะแสดงเส้นสีเขียวบนวัตถุที่ถูกโฟกัส
สำหรับกล้องหน้านั้นถึงจะเป็นกล้องตัวเดียวแต่ก็เก็บภาพได้กว้าง 100 องศา สามารถเซลฟี่ได้เป็นหมู่คณะโดยไม่มีใครตกขอบ
โหมดกล้องใช้งานง่ายไม่ชวนให้สับสน โหมด Wide ใช้ได้ทั้งถ่าย Auto และ Manual นอกจากนี้ยังมีโหมด Square ถ่ายภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสได้ 4 แบบ ได้แก่
  • Snap Shot : ดูภาพที่ถ่ายล่าสุดและดูภาพถัดไป
  • Grid Shot : สร้างภาพถ่ายและวิดีโอตัดปะแบบ 2×2
  • Guide Shot : สร้างภาพใหม่ด้วยภาพตัวอย่าง
  • Match Shot : รวมภาพสองภาพเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้โหมด Video นั้นมีโหมด Manual มาให้ด้วยซึ่งปรับได้หลากหลายทั้งแสงสีเสียง เหมาะสำหรับคนที่รักการถ่ายวิดีโอ
สำหรับราคาของ LG G6 นั้นอยู่ที่ 24,990 บาท มีให้เลือก 2 สีได้แก่สี Astro Black และ Ice Platinum โดยตอนนี้มีโปรโมชั่นแถมโทรทัศน์รุ่น 43LJ500T มูลค่า 13,900 บาท และถ้าซื้อกับ AIS รับส่วนลดสูงสุด 4,000 บาท สามารถจับจองกันได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
จบแล้วครับสำหรับพรีวิว LG G6 ไว้ได้เครื่องรีวิวเมื่อไหร่จะมาเจาะลึกกันอีกครั้ง สามารถดูสเปคของ LG G6 เต็ม ๆ ได้ที่นี่

Powered by bacidea

or

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

or

Create Account