the hub cafe and eatery

The Hub Cafe and Eatery เป็นคาเฟ่เรือนกระจก (กลาสเฮ้าส๋) ย่านถนนพระราม 9 ที่เป็นได้ทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ที่เหมาะทั้งสำหรับการมารับประทานอาหารหรือจะมานั่งทำงานด้วยก็ได้บรรยากาศดีไม่แพ้กัน ด้วยความร่มรื่นของต้นไม้สีเขียวรายรอบร้านให้ความรู้สึกสบายตาทุกครั้งที่หันไปมอง และตัวร้านเองก็เป็นร้านแบบสูงโปร่ง การจัดวางโต๊ะไม่แออัด มีพื้นที่พอจะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว อื้อหือ ครบครันขนาดนี้จะน่าไปขนาดไหนคงต้องลองมาอ่านบทความนี้กันต่อแล้วล่ะ

The Hub Cafe and Eatery คาเฟ่สไตล์กลาสเฮ้าส์นี้หาไม่ยาก เพียงเข้าซอยข้าง The Nine พระราม 9 แล้ววิ่งตัดด้านหลังห้างสรรพสินค้ามาแล้วตรงมาเรื่อยๆ จนเกือบสุดก่อนสุดซอยราว 500 เมตรก็จะเจอร้านพอดี ร้านจะอยู่ตรงทางกึ่งๆ โค้งซึ่งมองเห็นได้ไม่ยาก และภายในร้านจะมีที่จอดรถได้ไม่เกิน 10 คัน ทั้งนี้สามารถจอดด้านนอกร้านได้อีก

ภายในร้านจะแบ่งเป็นสองโซนได้แก่โซน Indoor และ Outdoor โดยโซน Indoor จะมีโต๊ะไม้ทั้งแบบเหลี่ยม แบบกลม โดยโต๊ะส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม เว้นแต่โต๊ะยาวแถบหน้าร้านที่นั่งได้ราวสิบคนจะเป็นโต๊ะสีไม้อ่อน และเก้าอี้ก็มีทั้งเก้าอี้ไม้และโซฟา ภายในร้านมีโต๊ะราวๆ 15 โต๊ะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นโต๊ะที่นั่งสำหรับ 4 ที่นั่ง

ส่วนโซนนอกร้านส่วนมากจะเป็นโต๊ะสำหรับ 2 ที่นั่งและเป็นโซนสำหรับคนที่สูบบุหรี่เสียมากกว่า ผสานกับอากาศบ้านเราที่มันร้อนเหลือเกินทำให้แม้จะมีต้นไม้คอยเป็นร่มเงาและเปิดพัดลมเอาไว้ก็ยังไม่ไหวที่จะออกมานั่งอยู่ดี

แต่แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น “คาเฟ่” ก็ยังมีเรื่องอาหารการกินให้เลือกหลากหลายอยู่ทั้งไทย (ข้าวผัด, ลาบ, ฯลฯ) ฝรั่ง (สปาเกตตี, เบอร์เกอร์, ซุป, ฯลฯ) และแน่นอนว่าเครื่องดื่มจำพวกชา กาแฟ นม ก็ต้องมีเช่นเคย ราคาเฉลี่ยของทุกเมนูก็ 100 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าบริการอีก 10%

เมนูน้ำที่มาลองคือ Iced Caramel Macchiato (130 บาท) และ Signature Chocolate Shake (140 บาท) โดยตัวคาราเมลมัคคิอาโต้นั้นมีความหอมหวานละมุนของคาราเมลตามชื่อและมีการชงแบบแยกชั้นกับกาแฟ อันนี้เวลากินแอบลำบากแต่มันต้องกินแบบค่อยๆ ดูดให้รสหวานของนม ตามมาด้วยรสขมของกาแฟถึงจะได้รสชาตินี่แหละ ซึ่งรสชาติของมันก็หอมหวานอร่อยสมชื่อดี ส่วนช็อคโกแลตปั่น (เรียกซะบ้านๆ ฮ่าๆ) มีความเข้มข้น อร่อยสมเป็นช็อคโกแลต มิใช่น้ำตาลปั่น รสชาติจึงไม่ได้หวานมากเกินไป

ต่อด้วยอาหารจานหลักกันบ้าง มากันสองคนฉะนั้นลองสั่งสักสามอย่างก็เยอะพอดูละ โดยอาหารจะมีดังนี้
Mushroom Soup: ซุปเห็ดรสขาติเข้มข้นจัดจ้าน รับรู้ถึงเห็ดเหมือนขนเห็ดทั้งกิโลมาทำเป็นซุปเลยก็ว่าได้ แต่ถึงจะบอกว่ารสชาติเข้มข้นมันก็ไม่ได้เลี่ยนเลย ซึ่งสำหรับออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยนี่เราว่าโอเคมาก (160 บาท)
Swiss Mushroom Burger: เบอร์เกอร์สไตล์โฮมเมด ดูจากภาพแรกเหมือนจะก้อนเล็กๆ แต่พอมาดูจริงๆ อื้อหืออ ไส้หนามากทั้งเนื้อทั้งเครื่องต่างๆ ยัดมาพร้อมกับชีสแบบจืด ตัวขนมปังจะกรองนอกนุ่มใน และหนาพอตัว จะไม่บางเหมือนร้านเบอร์เกอร์ที่มีขายทั่วไปตามบ้านเรา รสชาติเมนูนี้จะจืดๆ ไม่ได้มีรสเด่นอะไรมาก แต่ตัวเนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย สบาย ไม่เหนียว ทั้งนี้มีการเสิร์ฟพร้อมเฟร้นช์ฟรายชิ้นใหญ่พอตัว มีความกรอบเล็กๆ ออกแนวนุ่มมากกว่า และเฟร้นช์ฟรายนี่คืออร่อย มีรสชาติเค็มนิดๆ กำลังดี แกล้มกับเบอร์เกอร์คือลงตัว ส่วนสลัดเป็นแบบน้ำใส ออกรสเปรี้ยวๆ หน่อยไว้แก้เลี่ยนได้ดี (280 บาท)
Spaghetti Spicy Garlic and Bacon: ตอนสั่งเมนูนี้อยากได้อะไรก็ตามที่มีรสชาติเผ็ดๆ มาตัดกับสองเมนูก่อนหน้านี้หน่อย ก็เลยจัดเจ้านี่มา พอมาเสิร์ฟนี่แบบ หน้าตาดูดีน่ากินได้อีก เส้นนุ่มกำลังดีมีความแข็งเล็กน้อยให้รับรู้ว่านี่คือเส้นสปาเกตตีไม่ใช่บะหมี่ !! เบคอนนุ่มมีความมันติด มีเครื่องเคียงที่ผัดมาพร้อมกันทั้งมะกอก มะเขือเทศ พริกแห้งช่วยให้หน้าตาดูดีและช่วยแก้เลี่ยนได้ดี แต่ต้องบอกว่าเมนูนี้แม้ชื่อจะดูเผ็ดแต่พอลองกินดูมันไม่ได้เผ็ดเลย ออกกลางๆ ไม่ได้จืด ซึ่งถ้าใครไม่ชอบทานเผ็ดมากน่าจะชอบ (200 บาท)

the hub cafe and eatery

สรุปมื้อนี้โดนไปทั้งหมด 940 บาท ซึ่งที่ร้านจะมีค่า Service Charge อีก 10% ทำให้จ่ายจริงคือ 1,034 บาท ซึ่งถือว่าราคาค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน ซึ่งสำหรับร้าน The Hub Cafe and Eatery ถ้าจะไปเน้นทานแล้วกลับก็ดูจะไม่คุ้มสักเท่าไหร่ แต่ถ้าจะไปนั่งทำงานหรือนั่งอ่านหนังสือชิลๆ ต่อสักหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ดูจะคุ้มค่าดี และสำหรับใครที่จะแบกคอมไปทำงานก็สบายใจได้เพราะที่ร้านมีปลั๊กไฟอยู่ตามโต๊ะต่างๆ หลากหลายโต๊ะเลยล่ะ

Powered by bacidea

ปิดโหมดสีเทา
or

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

or

Create Account