วันนี้ Google ได้ปล่อย Android P Developer Preview 1 มาให้นักพัฒนาและผู้ที่สนใจได้ลองเล่นกัน โดยผู้ใช้ Google Pixel สามารถดาวย์โหลด System Image ไปลองแฟลชเล่นได้เลย เรามาดูกันว่ามันมีอะไรใหม่บ้าง

การเปลี่ยนแปลงเบื้องต้น

ป้องกันไม่ให้แอปเข้าถึงไมโครโฟนและกล้องในขณะที่แอปทำงานเบื้องหลัง

รองรับ Codec ของภาพและวิดีโอเพิ่มขึ้น เช่น HDR VP9 Profile 2 และ HEIF

Multi-camera API รองรับการรับข้อมูลจากกล้องมากกว่า 1 ตัวพร้อมกัน

ImageDecoder รองรับการวาดรูป bitmaps ที่ทันสมัยขึ้น

Wi-Fi RTT (Round-Trip-Time) ทำให้แอปสามารถระบุตำแหน่งเวลาอยู่ในอาคารได้แม่นยำระดับ 1-2 เมตร

เปลี่ยน UI ใหม่

หรือนี่คือ Material Design 2

Android P มีการปรับปรุง UI ใหม่ ตอนนี้ยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่เคยมีชื่อ Material Deisgn 2 หลุดมาแล้วรอบนึง โดย UI ต่างๆ จะเน้นสีขาวมากขึ้น เน้นขอบโค้งมนมากขึ้น UI ดูนุ่มนวลขึ้น แถบ Quick Setting ขยายใหญ่ขึ้น เปลี่ยนเป็นสีขาว Night Light มีการบอกเวลาเปิดด้วย

แถบ Status Bar ได้มีการย้ายนาฬิกาจากมุมขวามาอยู่มุมซ้ายแทน ซึ่งนี่อาจเป็นการย้ายเพื่อรองรับกับติ่งตรงกลางจอ

ปรับปรุงการแจ้งเตือนข้อความใหม่

เราสามารถดูข้อความทั้งหมดได้จากแจ้งเตือนเลย รวมถึงสติ๊กเกอร์และรูปภาพด้วย และปรับปรุง Smart Reply ให้เหมือนกับแอป Reply ที่ Google ปล่อยมาก่อนหน้านี้

เมื่อกดค้างที่การแจ้งเตือน สามารถตั้งค่าปิดการแจ้งเตือนได้

เปลี่ยนอนิเมชั่นการเปลี่ยนหน้าใหม่

เปลี่ยนแถบปรับเสียงใหม่และปรับรุงดีไซน์หน้าตั้งค่า USB

แถบปรับเสียงเปลี่ยนเป็นป๊อปอัปแนวตั้งแทน สอดคล้องกับมือถือในปัจจุบันที่นิยมใช้จอ 18:9 และเมื่อกดปุ่มลูกศรจะมีป๊อปอัพมาให้เลือกว่าต้องการส่งเสียงออกอุปกรณ์ไหน นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงดีไซน์หน้าตั้งค่า USB เล็กน้อย

เพิ่มทางลัดเข้าเมนูคำสั่งเสียงในหน้า Launcher

ในแถบค้นหาด้านล่างของจอ มีการเพิ่มปุ่มไมโครโฟนเพื่อสั่งงานด้วยเสียง

เมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน แถบ Status bar จะไม่กลายเป็นสีเหลือง

เรียกว่าตัดความรำคาญของใครหลายๆ คนออกไปได้ดีทีเดียว

Always on Display บน Google Pixel 2 เพิ่มการแสดงผลแบตเตอรี่ เพิ่มระยะห่างระหว่างเวลาและแจ้งเตือน

Easter Egg และของใหม่ในหน้า About Phone

ตอนนี้หน้า Easter Egg ของ Android P ยังไม่เสร็จดี เพราะยังไม่มีการประกาศชืื่ออย่างเป็นทางการ เป็นแค่หน้ากราฟิกที่มีตัว P อยู่

ที่หน้า About Phone หากแตะถูกตำแหน่ง ข้อมูลในหน้า About Phone จะขึ้นมาเป็นป๊อปอัพ

รองรับติ่งบนหน้าจอ

ผู้พัฒนาสามารถเช็คได้ง่ายขึ้นว่าการแสดงผลจะเป็นอย่างไรหากแสดงผลบนจอที่มีติ่งบนหน้าจอ

เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

สามารถแก้ไข Screenshot ได้เลย

เมื่อกดถ่าย Screenshot จะมีเมนู Edit ให้เลือก โดยมาสามารถแก้ไขพื้นฐานได้ เช่น ตัดรูป เขียนลงในรูป ไฮไลต์ข้อความ เป็นต้น

เพิ่มเมนู Screenshot ใน Power Menu

เรียกว่ามือถือ Android เกือบทุกยี่ห้อทำกันหมดแล้ว แต่ Google เพิ่งนำมาใส่ใน Android

ซูมเมื่อเลื่อนตำแหน่งเคอร์เซอร์

อีกฟีเจอร์ที่มือถือ Android ส่วนใหญ่ทำได้ แต่ Google เพิ่งนำมาใส่

ตั้งเวลาเปิดโหมดประหยัดพลังงาน

ใน Android O สามารถตั้งเวลาเปิดโหมดประหยัดพลังงานได้เมื่อแบตเตอรีเหลือ 5, 10 หรือ 15% แต่ใน Android P จะมีแถบสไลด์ให้เลือกได้ตามต้องการ

ปรับปรุงโหมดห้ามรบกวนให้เรียบง่ายขึ้น

จากปกติที่มี 3 โหมดถูกปรับให้เลือโหมดเดียว และสามารถตั้งเวลาได้ในหน้าต่างป๊อปอัพเลย

ตั้ง Media Volume เป็นค่าเริ่มต้นเสมอ

เมื่อกดปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง จะเป็นการปรับ Media Volume เสมอ ส่วน Call Volume จะขึ้นมาให้ปรับเมื่อกำลังโทรศัพท์อยู่เท่านั้น

Adaptive Brightness ที่ปรับความสว่างได้อย่างจริงจังอีกครั้ง

โหมดปรับความสว่างจออัตโนมัติหรือ Adaptive Brightness ในปัจจุบันจะปรับแสงขึ้นลงแค่ช่วงสั้นๆ จากค่าที่เราตั้งไว้ ใน Android P โหมดนี้จะกลับไปทำงานเหมือนเดิมแล้ว คือเมื่อเจอแสงมากๆ หรือที่มืดๆ จอก็จะปรับลงมาต่ำกว่าหรือสูงกว่าค่าที่เราตั้งไว้ได้ตลอดความยาวแถบแสง

ปิด Hot spot อัตโนมัติเมื่อไม่มีการเชื่อมต่อ

เราสามารถตั้งให้เครื่องปิด Hot spot อัตโนมัติหากไม่มีเครื่องไหนเชื่อมต่ออยู่เพื่อประหยัดแบตเตอรี่

ล็อกจอให้แสดงแนวนอนได้

ปกติเราจะล็อกให้แสดงได้เฉพาะแนวตั้งเท่านั้น ใน Android P เราสามารถล็อกจอให้แสดงแนวนอนได้ด้วย

เชื่อมตออุปกรณ์ Bluetooth HFP/A2DP ได้พร้อมกันหลายอุปกรณ์

ใน Developer Options มีให้เลือกให้เชื่อมต่อ Bluetooth HFP/A2DP พร้อมกันสูงสุดได้ถึง 5 อุปกรณ์ การตั้งค่านี้ไม่ได้หมายความว่าสามารถเปิดเพลงได้พร้อมกันหลายอุปกรณ์ แต่ทำให้การสลับระหว่างอุปกรณ์ง่ายขึ้น

ตั้งค่าเครือข่ายไวไฟที่เชื่อมต่ออยู่ให้เป็นแบบจำกัดข้อมูลได้

เมื่อตั้งเป็นแบบจำกัดข้อมูล Android ก็จะใช้อินเตอร์เน็ตจากเครือข่ายไวไฟให้ประหยัดขึ้น ลดการซิงค์ข้อมูล ไม่แบ็คอัพข้อมูลต่างๆ ด้วยเครือข่ายไวไฟนี้

Private DNS (DNS-Over-TLS)

ควบคุมการสั่น

สามารถควบคุมการสั่นได้ละเอียดขึ้น ปรับความแรงของการสั่นได้

เพิ่มการตั้งค่าปิดอนิเมชั่นทั้งหมด

จากปกติที่ต้องไปไล่ปิดใน Developer Options

SysTrace Tool

เป็นเครื่องมือของผู้พัฒนาที่ทำให้เก็บค่า SysTrace ทั้งหมดได้ง่ายขึ้น

Last Shown Notifications

สามารถเข้าไปดูประวัติการแจ้งเตือนได้ว่ามีแจ้งเตือนอะไรเข้ามาบ้าง แต่จะไม่แสดงคอนเทนต์ของแจ้งเตือน

 

และนี่คือการเปลี่ยนแปลงใน Android P Developer 1 ซึ่งแน่นอน่านี่ยังไม่ใช่รุ่นสมบูรณ์ จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นมาในอนาคตอย่างแน่นอน รอติดตามชมกันได้ต่อไปครับ

Source : XDA, XDA

 

 

Powered by bacidea

or

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

or

Create Account